Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ฺBoBo@travel Magazine

วันนี้คิดถึงบ้านเก่า เลยกลับมาเยี่ยมครับ

ตอนนี้ใช้บ้านใหม่ที่ http://bobotravel.exteen.com นะครับ

ตอนนี้มี magazine เพิ่มมาหลายฉบับแล้วครับผม

เจอกันที่ http://bobotravel.exteen.com นะครับ

สวัสดีครับ

Advertisements

 

ตื่นเช้ามาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็คว้าหัวหอมเข้ากระเป๋า
แล้วก็ไปที่ อู่บางเขนตอน 8 โมงเช้า
คนเยอะมาก ยังดีที่ตั๋วยังไม่เต็ม

รถเมล์พาเราไปแวะทำบุญและทานข้าวที่วัดสวนหลวงเป็นวัดแรก
วัดสวนหลวงเป็นวัดเล็ก ๆ อยู่ติดกับสวนลิ้นจี่และแม่น้ำแม่กลอง

—————————————— ข้อมูลท่องเที่ยว—————————

ขสมก. มีจัดทัวร์ไหว้พระ 9 วัดในหลาย ๆ จังหวัดเลยครับเช่น อยุธยา ลพบุรี สิงหบุรี สุพรรณบุรี นครนายก
จัดทัวร์วันเสาร์-อาทิตย์ครับ อยากบอกว่าถ้าอยากจะไป ต้องไปถึงอู่ และจองตัวก่อน 7 โมงครึ่งนะครับ ไม่งั้นตั๋วเต็ม !

พบกันฉบับหน้า เดือน สิงหาคมครับ

ปล. ขอ comment เป็นกำลังใจด้วยนะคร้าบ อิอิ

ปล.2 ตอนนี้ขอใช้ blog หลักที่ http://bobotravel.exteen.com ละกันนะครับ

 

 

 เด็กชาย A เป็นลูกของนายบุญชู และนางสมศรี
ตอนเด็กชาย A เกิด พ่อกับแม่กะจะตั้งชื่อว่า “ไอ้แดง”
แต่กลัวว่าจะไม่ทันสมัย เลยเปลี่ยนเป็นชื่อภาษาอังกฤษให้ intrend กะเขาซะหน่อย

 บุญชูกับสมศรีเป็นชาวนา ที่ต้องหาข้าวสารกรอกหม้อไปวัน ๆ
ที่ต้องหาข้าวสารกรอกหม้อเพราะสองผัวเมียถูกโรงสีบังคับซื้อไปซะหมด
แต่อยากไรก็ดี สองผัวเมียก็มีความฝันอยากให้ไอ้แดง เอ้ย เด็กชาย A เป็นวิศวะจะได้มีหน้ามีตากะเขา

 

 เด็กชาย A ได้รับการส่งเสียจนได้อยู่โรงเรียนชื่อดัง และสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ฬ
ยิ่งเรียนสูงเท่าไร บุญชูกับสมศรี ยิ่งมีอาชีพมากขึ้น
ชาวนา…แม่ค้าพ่อขาย…คนดายหญ้า…รับซักรีด
อ้อ ลืมบอกไปว่า บัดนี้เด็กชาย A ได้เติบโตจนเป็นนาย A

นาย A เรียนจบและยื่นใบสมัครงานกับบริษัทดัง ๆ หลายบริษัท
แล้วก็มีบริษัท ร่ำรวยล้นฟ้าจำกัด มาจ้างนาย A ให้ไปทำงานที่นครคนดี
ที่นครแห่งคนดีมีอนุสาวรีย์คนดีมากมายเต็มไปหมด
ที่น่าสนใจคืออนุสาวรีย์คนดี ทุกคนเสียชีวิตขณะทำดี
นายยุติ ชอบธรรม ตายขณะอายุ 33 ปีหลังเปิดโปงคลิปทุจริตโครงการข้าวเพื่อเกษตรกรของนักการเมืองคนนึง
นายวิจารณ์ ตรงแท้ ตายขณะอายุ 29 ปี หลังเปิดเผยการบุกรุกป่าของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก
เด็กชายแดง โปร่งใส ตายขณะอายุได้ 9 ขวบหลังวิ่งไปฟ้องตำรวจว่ามีนักการเมืองซื้อเสียงยายแก่ ๆ คนนึง
และอีกหลาย ๆ อนุสาวรีย์ที่ยังไม่ได้เอ่ยถึง

 นาย A พบเพื่อนร่วมงานอีกหลาย ๆ คนที่มีความฝันร่วมกัน
“รวย มั่งคั่ง และมั่งมี”

 

บุญชูและสมศรีเมื่อทราบข่าวว่าลูกชายได้งานมีหน้ามีตาก็ดีใจ กะจะไปเยี่ยมลูกที่นครคนดี
เมื่อนาย A พบพ่อแม่ เห็นพ่อแม่ใส่เสื้อยืดเก่า ๆ กางเกงรอยปะ ก็เกิดอายเพื่อนขึ้นมาจึงพูดไปว่า
“พ่อแม่กลับบ้านไปก่อนละกัน เดี๋ยวว่าง ๆ จะไปเยี่ยม และส่งเงินไปให้ใช้”

 

ต่อมาเกิดวิกฤตน้ำมันแพง ปุ๋ยแพง อาหารโดยเฉพาะข้าวมีราคาสูงอย่างน่าตกใจ
บุญชูและสมศรีดีใจที่ข้าวราคาจึงเร่งปลูกเป็นการใหญ่ โดยใส่ปุ๋ยเคมี ใช้ควายเหล็กไถนา จ้างคนงาน
เมื่อเก็บเกี่ยวปรากฎว่าได้เงินถึง 1,200,000 บาท
แต่ต้องไปใช้จ่ายค่าปุ๋ย ค่าควายเหล็ก ค่าน้ำมัน ค่าจ้างคนงาน 1,500,000 บาท
พอดีมีบริษัทใหญ่มาติดต่อซื้อที่นา นาย A จึงบอกพ่อแม่ว่าขายไปเถอะ
พอได้เงินมาบุญชูกับสมศรีจึงปลูกบ้านหลังโตบนที่ดินน้อย ๆของตนที่ไม่ได้ขายไป

 ห้าปีต่อมานาย A กลับไปเยี่ยมบุญชูกับสมศรีเพราะได้ข่าวว่าแกป่วย
เมื่อไปถึงบ้านเกิด นาย A ได้เห็นโรงงานผลิตไฟฟ้าถ่านหินอยู่หน้าบ้านพ่อกับแม่ของเขา
เขาเหลือบไปเห็นชื่อโรงงาน
“ร่ำรวยล้นฟ้า จำกัด”  มุ่งมั่นหาพลังงานทดแทนน้ำมัน เพื่อความสุขของนครคนดี

 บุญชูกับสมศรีล้มป่วยอยู่เจ็ดวันก็ถึงแก่กรรมด้วยโรค”พลังงานทดแทน”

นาย A เสียใจกินเหล้าเมามายไปหลับข้าง ๆ แม่หมาอยู่หน้ากุฏิ
พอดีหลวงพ่อเดินเข้ามาเห็นจึงเข้าไปปลุกและพูดว่า
“อ้าว ไอ้หนุ่มตื่นสิ อย่าไปแย่งที่ไอ้ด่างนอนสิ”
นาย A ตื่นและเหลือบไปเห็นไอ้ด่างกำลังนอนให้นมไอ้บ๊อก ไอ้แบ๊ก ไอ้บอมอยู่
น้ำตาของนาย A ก็ไหลรินอีกครั้ง

 เวลาผ่านไปนับสิบปีบัดนี้ไม่มีใครรู้จักชื่อนาย A
จะมีก็แต่ชื่อของ หลวงตา “แดง” ที่บรรดาชาวบ้านเรียกกัน

 

 

 

ปล. นครคนดี มีจริง ๆ นะครับ ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามคุณบินหลา สันกะลาคีรีดูก็ได้ครับ

บทความจาก “ฟ้า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกเจ้านาย : กรกฎา 2550

เหน็ดเหนื่อยกับการเรียนอยู่พักใหญ่
ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุด
ทำอะไรให้หายเหนื่อยดี

ลองชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวดีกว่า
ไปไหนดีล่ะ?

search google อยู่พักใหญ่ ก็ตกลงปลงใจไปชัยภูมิดีกว่า
ไปชมดอกกระเจียวบาน

ออกเดินทางตั้งแต่วันเสาร์เช้าด้วยรถทัวร์จากหมอชิต
นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ 4 ชม.กว่า ๆ ก็ถึง
จัดแจงหารถกระบะ ขอให้เค้าพาไปเที่ยว ตกลงราคาได้ 800 บาท

ไปเที่ยวบ้านดิน สวนลำไย วัดเขาประตูชมพล น้ำตกเทพประทาน
และอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
ฝนตก ๆ หยุด ๆ ตลอดทาง เปียกปอนไปตาม ๆ กัน

ไปถึงอุทยานช้าไปหน่อย ร้านขายของกินเริ่มจะปิด เต้นท์เช่าเกือบหมด
เกือบซวยมั้ยล่ะ

ตื่นเช้าอากาศค่อนข้างเย็น
มีน้ำค้างเกาะตามใบไม้เต็มไปหมด
พวกเราก็ออกเดินทางไปหาดอกกระเจียว
จริง ๆ ก็มีรถสองแถว แต่เราอยากเดินมากกว่า
เดินอยู่เกือบ 20 นาที ก็เริ่มเห็นดอกกระเจียว
10 ดอก…20 ดอก ….30 ดอก… โอ้ยนับไม่ไหวแล้ว

ตอนมีหมอกนั้น เหมือนกับเป็นแดนสวรรค์ยังไงยังงั้นเลย
แต่พอหมอกเริ่มจาง ก็เริ่มเห็นความเลวร้ายของนักท่องเที่ยว
ดอกกระเจียวดูชอกช้ำ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เดินลุยไปในทุ่ง เพื่อถ่ายรูป…

ติดตามต่อฉบับหน้าละกัน…นะครับ
—————————————
ปล. การไปชมทุ่งดอกกระเจียว
ผมว่าต้องไปเช้า ๆ ตอนหมอกลงถึงจะสวยนะครับ
ปล.2 การเดินทางไปอุทยานค่อนข้างไกล ใครไม่มีรถนี่เหนื่อยเลย
อยากให้มีรถประจำทางจัง

 

 

 

 

 

ใครบอกว่า
หน้าฝน อดเที่ยว นอนอยู่บ้านดีกว่า…
ไม่จริ๊ง ไม่จริงครับ
หากใครที่กล้าลุยฝน ออกไปเที่ยว ก็จะพบว่า
หน้าฝนแบบนี้
ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ชุ่มชื้น สบายหูสบายตาจริง ๆ
แถมยังได้ตื่นเต้นอีกต่างหากว่า
ฝนจะเทมาตอนไหนหว่า…

วันนี้โบโบ้ ก็นำข่าวจาก ททท.มาฝากครับ
——————————————————————————

ชมผีเสื้อนับหมื่นที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว

กิจกรรมดูผีเสื้อ เป็นหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวด้วยเหตุผลหลายประการอุปกรณ์คล้ายกับอุปกรณ์ดูนก ราคาไม่แพง หาได้ง่าย การดูผีเสื้อสามารถดูได้ตลอดทั้งวัน เพราะผีเสื้อแต่ละชนิดมีช่วงเวลาการออกหากิน แตกต่างกันแต่ที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้า เพราะเป็นเวลาที่ผีเสื้อจะเกาะนิ่งตามใบไมเพื่อผึ่งแดด ให้ร่างกายและปีกอบอุ่นแข็งแรงก่อนที่จะออกหากิน สามารถสังเกตผีเสื้อได้อย่างใกล้ชิด 

ปกติเราสามารถพบเห็นผีเสื้อได้ทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศ นอกจากสวนไม้ดอกไม้ประดับ ท้องทุ่งใกล้บ้าน ผืนป่าตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ล้วนมีผีสื้ออาศัยอยู่ แต่ที่มีมากที่สุดชมได้ตลอดปี ต้องมาดูที่ผืนป่าตะวันออก “อุทยานแห่งชาติปางสีดา” จังหวัดสระแก้ว 

อุทยานแห่งชาติปางสีดา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 250 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ได้สะดวก เขตป่าเป็นพื้นที่ชุ่มชื้น อากาศเย็นสบาย มีป่าต้นน้ำ จำนวนมากจึงเป็นปัจจัยสำคัญให้อุทยานแห่งชาติปางสีดาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ และสัตว์นานาพันธุ์ เช่นช้างป่า กระทิง เก้ง กวาง หมูป่า เสือ นกเงือก นกยูง รวมทั้งผีเสื้อหลากสีสันที่มีอยู่อย่างหนาแน่น เมื่อปี 2545 นายสินธุยศ จันทรสาขา นักดูผีเสื้อได้เข้ามาสำรวจผีเสื้อในอุทยานแห่งชาติปางสีดา พบว่ามีผีเสื้อมากถึง 400 ชนิด บ่งบอกให้รู้ว่าในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ของพรรณไม้ 
 
ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ของปีนี้ มีฝนตกบริเวณเขตป่าปางสีดา ส่งผลให้ผีเสื้อออก บินว่อนโฉบเฉี่ยวอวดโฉม ให้ยลกันตั้งแต่ต้นฤดูฝน ช่วยเพิ่มสีสันให้ผืนป่า สามารถพบเห็นผีเสื้อได้ทั่วไปตั้งแต่หน้าด่าน เก็บค่าธรรมเนียมทางเข้าอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านพัก บริเวณน้ำตกปางสีดาและตลอดเส้นทางขึ้นไป จุดชมวิว กม.25 มีผีเสื้อที่พบมากในขณะนี้ ได้แก่ ผีเสื้อ หนอน คูนผีเสื้อหางดาบลายจุด ผีเสื้อหางดาบลายขีด ผีเสื้อหนอนใบกุ่ม ผีเสื้อหนอน จำปี ผีเสื้อม้าลาย
 
นางอธิชา โรจนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 8 กล่าวว่า ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับอุทยานแห่งชาติปางสีดา สมาคมรักษ์ปางสีดา และเยาวชนจังหวัดสระแก้ว จัดเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จัดในเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัด ให้มีความหลากหลาย เพิ่มมูลค่าจากการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดสระแก้ว โดยจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดิน ทางท่องเที่ยวชมฝูงผีเสื้อนับแสน ในช่วงต้นฤดูฝนนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสระแก้ว สามารถเพิ่มกิจกรรมท่องเที่ยวชมผีเสื้อแห่งป่าปางสีดาได้ในโปรแกรมท่องเที่ยวช่วงต้นฤดูฝนนี้

หากมีเวลาสัก 1-2 วัน ชมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดสระแก้ว และกิจกรรมดูผีเสื้อที่ปางสีดา เริ่มต้นออกเดินทางแต่เช้า เที่ยวตลาดการค้า ชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออก “ ตลาดโรงเกลือ ”รับประทานอาหารอร่อยนานาชาติ ศึกษาประวัติศาสตร์ที่“ ปราสาทสด๊กก๊อกธม ”แหล่งเรียนรู้เรื่องอายธรรมขอม นั่งรถอีแต๊กชม“ ละลุ ” เข้าที่พักในเขตอุทยานแห่งชาติ ปางสีดาจะเลือกเป็นบ้านพักหรือกางเต็นท์ วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้า เที่ยวป่าตะวันออก พร้อมชมฝูงผีเสื้อหลากสีหลากลาย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
 
ติดต่อสอบถามและขอรับตัวอย่าง
เส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 8
โทร. 0-3731-2282, 0-3731- 2284
http://www.tat8.com 
สมาคมรักษ์ปางสีดา
โทร.08-1429-2842
http://www.rakpangsida.net
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
โทร. 0-3724-3775, 08-1862-1511
http://www.dnp.go.th

เห็น ททท. ประชาสัมพันธ์ข่าวนี้นี่ ผมตื่นเต้นใหญ่เลย รีบคลิ๊กไปดูทันที
ก็ปูนี่ทั้ง สูง ผิวสีแทน ตาคม ใครจะไม่อยากไปดูล่ะ
พอคลิ๊กไปดูก็ต้องเศร้า
นึกว่าจะได้เห็น ปู ไปรยา
ดันเจอปูทะเลซะนี่
แต่ไม่เป็นไร เพราะปูทะเล…โบโบ้ก็ชอบ แหะ ๆ

———————————————————————————-

International Crab Festival : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ

สำนักงานเขตบางขุนเทียน ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และเชฟระดับโลกจาก เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต
จัดงาน  “International Crab Festival : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ” ตระการตากับมหกรรมอาหารเมนูปูนานาชาติ ที่พลาดไม่ได้!!

การเปิดตัวครั้งแรกของปูพระนาม อาทิ ปูพ่อหลวง  ปูแม่ฟ้าหลวง  ปูราชินี  ปูสิรินธร ปูทูลกระหม่อม ปูพระพี่นาง จากกรมประมง กระทรวงเกษตร
ชมและชิมเมนูปูสุดพิเศษ Crab press with Asparagus and Pineapple Micro Salad, Shellfish cavier  and Citrus dressing  โดยเชฟระดับโลกจาก เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

ครั้งแรกของการทำเบเกอรี่สอดใส้ปู จาก ครัวการบินไทย อาทิ พัฟปูซอสขาว พายปู พายปูผัดผงกะหรี่ ช็อปและชิมเมนูซีฟู้ด สุดประหยัดในช่วง Happy Hour จากร้านค้าชื่อดัง พร้อมรับส่วนลดกว่า 1,000 บาท

สำนักงานเขตบางขุนเทียน ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ครัวการบินไทย และโรงแรมรามาการ์เด้น จัดกิจกรรมอาหารเมนูปูยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ “Internaltional Crab Festival 2008 : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ” ยกทัพอาหารเมนูปูที่ปรุงโดยสุดยอดเชฟจากโรงแรมอันดับหนึ่งของประเทศไทย เพื่อปรุงอาหารสุดพิเศษเฉพาะงานนี้เพียงงานเดียวพร้อมชมพันธุ์ปูหายากจากกรมประมง ที่นำมารวบรวมและจัดแสดงในงานนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้งกิจกรรมสาระและบันเทิงต่างๆอีกมากมาย

ดร.ณัฐกิตติ์  ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการจัดงาน International Crab Festival 2008 : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ ในครั้งนี้ว่าได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งงานในครั้งนี้จัดได้ว่า เป็นงานมหกรรมอาหารเมนูปูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึง ระดับโลก ร่วมขานรับเป็นอย่างดีในการจัดทำกิจกรรมต่างๆตลอดจนร่วมปรุงอาหารเมนูปู มาโชว์กันเฉพาะงานนี้เท่านั้น ซึ่งภายในงานนอกจากจะมีโชว์ไฮไลท์พิเศษเกี่ยวกับเมนูปูแล้ว ยังได้คัดสรรกิจกรรมที่น่าสนใจไว้อีกมากมาย เรียกได้ว่าใครที่มาชมงานนี้ต้องเต็มอิ่มอย่างแน่นอน

สำหรับความพิเศษและความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการเนรมิตพื้นที่สวนพักผ่อนเซ็นทรัลพาร์ค ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ภายใต้คอนเซป Fisherman Village ความงดงามอย่างลงตัวของหมู่บ้านชาวประมง ที่จะทำให้ผู้เข้าชมงานสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของท้องทะเล อย่างแท้จริง พร้อมชมไฮไลท์การเปิดตัวครั้งแรกของปูพระนาม ได้แก่ ปูพ่อหลวง – ปูแม่ฟ้าหลวง – ปู ราชินี – ปูสิรินธร – ปูทูลกระหม่อม – ปูพระพี่นาง จากกรมประมง กระทรวงเกษตร พร้อมชมนิทรรศการปูแปลกหายากจากทั่วโลกจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาทิ ปูยักษ์จากอลาสก้า – ปูตาตั้ง – ปูแมงมุม – ปูไก่ – ปูดำยักษ์ ที่มาจัดแสดงเพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมความงดงาม และหาความรู้กันในงานนี้เป็นงานแรกของประเทศไทย
ต่อด้วยการโชว์ไฮไลท์สุดพิเศษของงาน คือ เมนู Crab press with Asparagus and Pineapple Micro Salad, Shellfish cavier and Citrus dressing ที่ทำมาจาก เนื้อปูกับหน่อไม้ฝรั่งและสับปะรด พร้อมสลัดขนาดเล็กที่หลากหลายด้วยรสชาด ของ shellfish carvier และน้ำสลัดสูตรน้ำส้ม มะนาว ปรุงโดยเชฟ Fabrice Daniel ผู้อำนวยการด้านเทคนิค โรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดองเบลอ และเชฟพฤกษ์ สัมพันธวรบุตร ซึ่งเป็นเชฟ ผู้ช่วย ร่วมด้วยศิษย์เก่า เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต อย่างเชฟพล ตัณฑเสถียร ต่อด้วยเมนูสุดโปรดจากครัวการบินไทย ได้แก่ เนื้อปูผัดเห็ดในซอสครีมคาเวียร์ และ เบเกอรี่สอดใส้ปูพายใส้ปูผัดผงกระหรี่  พายใส้ปู  คีชปู ฯลฯ   ซึ่งจัดขึ้นและจำหน่ายเฉพาะงานนี้ เท่านั้น และพลาดไม่ได้กับเมนูปูนิ่มห่อสาหร่ายราดซอสเห็ด จากห้องอาหารญี่ปุ่นซุยเรน โรงแรมรามาการ์เด้น

 
นอกจากนี้ภายในงานยังได้ยกขบวนร้านค้าต้นตำรับอาหารทะเลชื่อดัง ย่านบางขุนเทียน อาทิ ร้าน The Park by น้องเนย ซีฟู๊ด ร้านครัวแสวง ฯลฯ มาร่วมออกร้านขายอาหารซีฟู้ดในราคาสุดพิเศษ ให้ลูกค้าได้เลือกอร่อยกับเมนูเมนูปูมากมาย และเพลิดเพลินไปกับเมนูสุดคุ้มในช่วง Happy Hour ตั้งแต่เวลา 17.00 -18.00 น.ของทุกวัน อาทิ ปูผัดผงกระหรี่ ราคาเพียง 100 บาท หอยจ๊อปู จากร้านครัวแสวงราคา 30 บาท พร้อมขบวนพาเหรดร้านอาหารของเหล่าศิลปินดาราที่มาร่วมสร้างสีสัน อาทิ ลูกชิ้นปู-เด๋อ หมูย่างบิลลี่ โอแกน ไอศกรีมทอดตี๋ ดอกสะเดา

พิเศษ สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ร่วมงาน International Crab Festival 2008 : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ จะได้รับคูปองส่วนลด มูลค่า1,000 บาท (จำนวนจำกัด) ใช้สำหรับซื้ออาหารภายในงานดังกล่าว พร้อมคูปองชิงโชคลุ้นรับจี้ทองคำ มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 4 รางวัล ต่อด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษเมื่อช้อปครบ 1,000 บาท ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 รับทันที คูปองส่วนลดซื้อปูสดมูลค่า 100 บาทจากร้านค้าที่ร่วมรายการ และพลาดไม่ได้กับการแสดงสุดสนุกจากเหล่าศิลปินดารา  อาทิ

• ฟรี! คอนเสิร์ต จาก AF 4 (นัท – ต้อล – ตี๋ – พะแพง) ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. 51
• ฟรี! คอนเสิร์ต จาก The Star 4 (แก้ม – รุจ – ต้น – ดิว) ในเสาร์วันที่ 31 พ.ค. 51
• การแข่งขันทำอาหารเมนูปูสูตรพิสดาร จากคู่รักดาราขื่อดัง ที่ได้อาจารย์ยิ่งศักดิ์  จงเลิศ เจษฎาวงศ์ และคุณชลิต เฟื่องอารมย์ มาฟันธงความอร่อย
• สนุกสุดฮากับแข่งขันกินปู ดูทะเลแรลลี่ จากดาราชื่อดัง อาทิ หยวน–ดราก้อนไฟว์, ไผ่-ผาทิศ, เอ็กซ์ – ฐิตินันท์, ย้ง-ธรากร
• การแสดงดนตรีประยุกต์จากวงขุนอินทร์
• กิจกรรมการแข่งขันเกมส์ต่างๆ อาทิเช่น แข่งมัดปู, แข่งเพ็นท์กระดองปู, มวยตับจาก ฯลฯ
• แฟชั่นโชว์ด้วยชุดที่ประดับตกแต่งด้วยปู สุดอลังการ จากดารานางแบบชั้นนำ

ร่วม ช็อป ชิม และ ชมกิจกรรมอาหารเมนูปูยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ International Crab Festival 2008 : กินปู ดูทะเลกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2551 ณ สวนพักผ่อนเซ็นทรัลพาร์คศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา พระราม 2

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
ปภาวดี  จันทนเสวี (ก้อย)  แผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)      
โทร. 0-2667-5555 ต่อ 4112  / 08-1279-5500
โทรสาร 0-2264-5575  
Call Center 0-2635-1111
E-Mail: chpaphavadee@cpn.co.th / pr.ho@cpn.co.th
Website: www.centralplaza.co.th